ขอบคุณข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม พุง พูดเบา ๆ ก็เจ็บ แต่ถ้าไม่อยากเจ็บ ต้องมาลดพุงกัน ซึ่งพุงแต่ละแบบก็มีวิธีลดแตกต่างกันไปนะ มาดูกันเลย
พุง คิดว่าเป็นคำที่หลาย ๆ คนได้ยินแล้วก็คงส่ายหน้า
แถมยังพยายามที่จะอยู่ให้ห่างมันด้วยการสรรหาวิธีลดพุงสูตรต่าง ๆ
มาจัดการกับห่วงยางรอบเอว ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหารหรือการออกกำลังกาย
แล้วรู้กันไหมว่า จริง ๆ แล้วพุงมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท
ซึ่งแต่ละประเภทเกิดได้จากหลายสาเหตุ และก็มีวิธีลดพุงต่างกันออกไปด้วย
งั้นลองไปดูกันเลยจากข้อมูลที่เว็บไซต์
positivemed.com ได้นำเอามาเล่าสู่กันฟังแล้ว
พุง ถูกแบ่งออกเป็น 5
ประเภทซึ่งในแต่ละประเภทนั้นเกิดมาจากสาเหตุที่ต่างกัน
และมีการวิธีที่ในการลดพุงที่แตกต่างกัน โดยหลัก ๆ
นั้นก็มักจะต้องควบคู่ไปการออกกำลังกาย
ซึ่งพุงแต่ละประเภทบ่งบอกถึงสุขภาพได้ดังนี้
แบบ สแปร์ ไทร์ (The Spare Tire)
พุงประเภทนี้มักจะมีอยู่ในกลุ่มคนทำงานที่ต้องนั่งทำงานตลอดวันและรับประทาน
ของหวานมากเกินไป
ซึ่งถ้าหากปล่อยไว้ก็อาจทำให้มีไขมันส่วนเกินสะสมที่ขาและสะโพกได้
สาเหตุก็เกิดจากการออกกำลังกายที่ไม่เพียงพอและการรับประทานอาหารที่มี
น้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตจากแป้งขาว อย่างเช่นบิสกิต ขนมปังขาว พาสต้า
หรือขนมเค้ก มากเกินไปนั่นเอง แต่ขอให้สบายใจได้หน่อยหนึ่งค่ะ
เพราะพุงแบบสแปร์ ไทร์ นี้ เป็นประเภทที่ลดได้ง่ายที่สุด
วิธีลดพุงประเภท สแปร์ ไทร์ (The Spare Tire) 
หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
เพราะแอลกอฮอล์นี่ล่ะคือระเบิดไขมันของแท้
น้ำตาลบริสุทธิ์จากแอลกอฮอล์จะเข้าไปหยุดระบบการเผาผลาญไขมันทุกชนิด
ทำให้ไขมันไปสะสมและกลายเป็นพุง.

หลังจากเลิกดื่มแอลกอฮอล์ได้ 2 สัปดาห์ ควรเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายให้มากขึ้น
หลีกเลี่ยงอาหารไขมันต่ำ หรืออาหารปราศจากไขมัน
เพราะอาหารเหล่านี้มีการกรรมวิธีในการผลิตโดยใช้สารเคมี
และหลีกเลี่ยงน้ำตาลที่ผ่านการขัดสี เกลือ
หรืออาหารที่ผ่านการปรุงแต่งรสชาติ

รับประทานอาหารเช้าที่ดีต่อสุขภาพ อย่างเช่น ไข่ แซลมอนรมควัน ไก่ย่าง
และผัก และอย่าลืมที่จะรับประทานอาหารที่มีไขมันดี อย่างเช่น โอเมก้า 3
หรือ ไขมันไม่อิ่มตัว ได้แก่ อะโวคาโด ถั่วเปลืองแข็ง น้ำมันตับปลา
อาหารเหล่านี้จะช่วยเผาผลาญไขมันช่วงท้องทำให้หน้าท้องแบนราบได้ดั่งใจค่ะ

ออกกำลังด้วยการเดินเร็ว ท่าแยกแขนขา ท่าสควอช หรือท่ากระชับท้องแขนก็สามารถช่วยลดพุงชนิดได้โดยไม่ต้องเข้าฟิตเนสเลยละค่ะ
แบบลิตเติ้ลพุช (The Little Pooch)
พุงชนิดนี้มักจะเกิดในผู้หญิงที่ทำงานยุ่งตลอดเวลา
แม้ว่าจะออกกำลังกายก็ตาม แต่การติดอยู่กับการรับประทานอาหารเดิม ๆ
การออกกำลังกายแบบเดิม ๆ
ถึงแม้ว่าจะทำให้ผอมลงแต่ก็ยังทิ้งเจ้าพุงประเภทนี้เอาไว้ให้ดูต่างหน้า
จึงควรที่จะหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายด้วยวิธีการซิทอัพหรือการใช้เครื่องออก
กำลังกายแบบ ab-rollers
ซึ่งมันจะไปสร้างแรงดันที่บริเวณกล้ามเนื้อสะโพกและบริเวณหลังช่วงล่าง
ทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องของคุณยื่นออกมาเป็นพุงนั่นเอง
วิธีลดพุงประเภท ลิตเติ้ลพุช (The Little Pooch) 
จัดการปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบย่อยอาหารให้หมด ไม่ว่าจะเป็นอาการท้องอืด
ท้องผูก ด้วยการทานอาหารที่มีโภชนาการที่ดีและไฟเบอร์
เพราะปัญหาเหล่านี้คือสาเหตุที่ทำให้พุงชนิดนี้ลดได้ยาก

ทานผักจำพวกผักใบเขียและธัญพืชเพื่อให้ได้รับไฟเบอร์ที่เพียงพอ

ถ้าคุณเป็นคนที่ออกกำลังกายด้วยการซิทอัพเป็นประจำละก็
ควรจะกลับไปเช็กดูว่าตนเองทำท่าถูกต้องแล้วหรือยัง
เพราะการซิทอัพด้วยท่าทางผิด ๆ ทำให้เกิดพุงได้

สาว ๆ หลายคนเชื่อว่าการยกน้ำหนักจะทำให้พุงแบบนี้ใหญ่ขึ้น
แต่เป็นความคิดที่ผิดค่ะ
เพราะการยกเวทจะช่วยเบิร์นไขมันให้เรามากขึ้นภายในเวลาสั้น ๆ
ดังนั้นระหว่างที่คุณออกกำลังกายด้วยท่าลันจ์ หรือท่าสควอช
ก็ควรยกเวทควบคู่ไปด้วย

การดื่มน้ำเยอะ ๆ
และการรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายอย่างเช่นผักสีเขียวหรือโปรตีนที่ย่อย
ง่ายอย่างเช่นปลาหรือเนื้อไก่ ก็สามารถช่วยลดพุงประเภทนี้ได้เช่นกัน
แบบสเทรสทัมมี่ (The Stress Tummy)
พุงประเภทนี้มักมีสาเหตุเกี่ยวข้องกับปัญหาในระบบทางเดินอาหาร
อย่างเช่นภาวะลำไส้แปรปรวน
ซึ่งจะทำให้เกิดอาการท้องอืดและทำให้ท้องของคุณดูใหญ่ขึ้น
คุณสามารถเช็กได้ว่าพุงของคุณเป็นประเภทนี้หรือไม่ด้วยการจับบริเวณด้านหน้า
ของกระบังลมและบริเวณสะดือ ถ้าหากรู้สึกแข็ง ๆ ละก็ ก็ใช่เลยค่ะ
ใครที่มีพุงประเภทนี้ต้องทานอาหารให้ครบทุกมื้อ โดยเฉพาะมื้อเช้า
และหยุดการดื่มคาแฟอีนมากเกินไป รวมทั้งเลิกทานอาหารฟาสต์ฟู้ดจะดีที่สุดค่ะ
วิธีลดพุงประเภทสเทรสทัมมี่ (The Stress Tummy) 
เปลี่ยนนิสัยในการนอนโดยนอนให้เร็วขึ้น
เพราะการพักผ่อนไม่เพียงพอนั้นก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดพุงชนิดนี้ได้
การนอนหลับที่มีประสิทธิภาพจะช่วยสร้างฮอร์โมนที่เกี่ยวกับควบคุมความอยาก
อาหารและระบบเผาผลาญอาหารได้

ลดความเครียดด้วยการฝึกหายใจลึก ๆ การทำสมาธิ หรือการอาบน้ำนาน ๆ
ก่อนเข้านอน เพื่อทำให้คุณหลับสบายมากขึ้น
นอกจากนี้ยังควรลดกาแฟให้เหลือเพียงวันละ 2 แก้ว

ฝึกโยคะหรือเดินไกล จะช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันของคุณแข็งแรงขึ้น
หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอซึ่งจะทำให้ฮอร์โมนความเครียดเพิ่มขึ้น

รับประทานอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง
เพราะแมกนีเซียมจะช่วยบรรเทาความเครียดของร่างกาย
โดยแมกนีเซียมนั้นมีอยู่ในอาหารจำพวกผักสีเขียวเข้มและถั่วบราซิลค่ะ
แบบโบลทด์ทัมมี่ (The Bloated Tummy)
พุงประเภทนี้จะทำให้มีหน้าท้องแบนในช่วงเช้า แต่จะมีอาการท้องอืด
และเกิดแก๊สในท้องทำให้พุงป่องในตอนเย็น
โดยส่วนใหญ่มักจะเกิดการรับประทานอาหารประเภทพิซซ่า ขนมปัง เค้ก นม เนย ชีส
ซึ่งอาการท้องอืดสามารถส่งผลกระทบต่อสาว ๆ ทั้งอ้วนและผอมได้
มีสาเหตุมาจากการแพ้อาหาร โรคภูมิแพ้ หรือลำไส้ทำงานช้า
ที่มีผลมาจากการทานอาหารที่ไม่ดี
ทางที่ดีควรจะหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้จะดีที่สุดค่ะ
วิธีลดพุงประเภทโบลทด์ทัมมี่ (The Bloated Tummy) 
หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำมาจากข้าวสาลีหรือโปรตีนกลูเตน และผลิตภัณฑ์จากนม
รวมทั้งยีสต์ที่อยู่ในขนมปัง
เพราะโปรตีนกลูเตนนั้นจะทำให้ท้องของคุณดูใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

รับประทานอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมอและกินให้มากกว่าอาหารมื้ออื่น ๆ
เพราะในช่วงเช้าเป็นช่วงเวลาที่กระบวนการย่อยของคุณทำงานได้ดีที่สุด
หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารตอนดึก เพราะจะทำให้เกิดอาการท้องอืด
เคี้ยวอาหารให้ละเอียดและดื่มน้ำให้เพียงพอ
จะช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารของคุณดีขึ้น

การฝึกการหายใจเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยทำให้พุงแบบนี้ยุบได้
โดยหายใจลึก ๆ เข้าไปในท้อง 10 ครั้ง
และควรจะออกเดินหลังจากทานอาหารอิ่มแล้วทุกมื้อด้วยค่ะ
แบบมัมมี่ทัมมี่ (The Mummy Tummy)
มัมมีทัมมี่
เป็นพุงประเภทที่มักจะเกิดกับคุณแม่มือใหม่ที่เพิ่งคลอดลูกไม่นาน
และคุณแม่ที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเอง
ซึ่งหลังจากคลอดแล้วก็จะต้องใช้เวลานานกว่ามดลูกจะลดขนาดลงและกลับเข้าสู่
ภาวะปกติ โดยทั่วไปแล้วจะต้องใช้เวลาอย่างต่ำก็ 6 สัปดาห์ ถึงจะเข้าที่
อย่างไรก็ตามคุณแม่ก็ไม่ควรจะโหมออกกำลังกายหนัก ๆ
เพื่อให้พุงชนิดนี้กลับเข้าสู่ภาวะปกติเร็วเกินไป
วิธีลดพุงประเภทมัมมี่ทัมมี่ (The Mummy Tummy) 
รับประทานอาหารที่มีไขมันโอเมก้า 3 ให้มากขึ้น เพราะจะทำให้ฮอร์โมนที่ช่วยในการเผาผลาญไขมันลดลง และลดการสะสมไขมันลงได้

รับประทานอาหารที่มีไขมันชนิดที่ดีอย่างเช่น ถั่วเปลือกแข็ง น้ำมันมะกอก
ไขมันชนิดที่ดีจะช่วยเผาผลาญไขมันและเพิ่มการดูดซึมสารอาหารและวิตามิน
ทำให้ลดความอ่อนเพลียได้สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่มักมีอาการอ่อนเพลีย

ลองออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อเชิงกรานเบา ๆ
วิธีนี้จะช่วยทำให้พุงของคุณยุบลงได้ค่ะ
โดยการกดบริเวณกล้ามเนื้อเชิงกรานหรือขมิบกล้ามเนื้อเชิงกรานอย่างน้อยวันละ
15 -20 ครั้ง วันละ 5 รอบ และหลีกเลี่ยงการซิทอัพ
เพราะเป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลังคลอดไม่ควรทำอย่างยิ่ง

การงีบหลับพักผ่อนระหว่างวันก็สามารถช่วยได้ โดยต้องปิดผ้าม่านให้ทึบสนิท
และควรจะยืดเส้นยืดสายสักนิดก่อนจะนอน
เพื่อทำให้ฮอร์โมนในการนอนหลับทำงานได้ดีขึ้นและช่วยทำให้การเผาผลาญไขมันดี
ขึ้นอีกด้วย
การลดพุงไม่ใช่เรื่องยาก
แค่เพียงเราตั้งใจและมีวินัยกับตัวเอง
ไม่ว่าพุงแบบไหนเราก็สามารถลดมันจนมีหน้าท้องที่แบนราบสวยงามได้
แต่เราก็ควรจะสังเกตความเปลี่ยนแปลงของบริเวณหน้าท้องด้วยนะ ถ้าอยู่ดี ๆ
เกิดป่องขึ้นมากะทันหันแบบไม่มีสาเหตุล่ะก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อความปลอดภัย
นะคะ
แสดงความคิดเห็น